Skip to content

การสมัครเข้าเรียน

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าศึกษา

เป็นผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายชั้นปีสุดท้ายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีเทียบเท่าให้มหาวิทยาลัยพิจารณาโดยผู้สมัครสอบวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี (ผู้เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นไป)

สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนในต่างประเทศ หรือโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงศึกษาธิการ มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือ กำลัง ศึกษาอยู่ในชั้นปีสุดท้าย ของระบบการศึกษาใดการศึกษาหนึ่ง ดังนี้
    • ระดับ Grade 12 ตามระบบการศึกษาแบบอเมริกา
    • ระดับ Year 13 ตามระบบการศึกษาแบบอังกฤษ
  2. มีเวลาเรียนในโรงเรียนนานาชาติตามหลักสูตร (หรืออย่างน้อย 3 ปีการศึกษาสุดท้าย) ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (High school)
  3. มีผลการศึกษาข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    • SAT Subject test (SAT II) ทั้ง 3 รายวิชา ได้แก่ (1) Biology (2) Chemistry (3) Physics หรือ Mathematics โดยแต่ละรายวิชามีคะแนนไม่ต่ำกว่า 620 คะแนน หรือ
    • มีเกรดเฉลี่ยสะสม ไม่ต่ำกว่า 00 และมี Grade ในวิชา (1) Biology (2) Chemistry (3) Physics หรือ Mathematics ไม่ต่ำกว่า B หรือ
    • มีผลการสอบ IGCSE/GCSE 5 วิชา ซึ่งต้องประกอบด้วยวิชาหลักอย่างน้อย 3 วิชา คือ (1) Biology (2) Chemistry โดยมีผลการสอบไม่ต่ำกว่า B+ และวิชา (3) Physics หรือ Mathematics โดยมีผลการสอบไม่ต่ำกว่า B หรือ
    • มีผลการสอบ International Baccalaureate (IB) Standard Level ประกอบด้วยวิชาใน Group 4 Experimental Science คือ (1) Biology (2) Chemistry โดยมีผลการสอบไม่น้อยกว่า 6 และ (3) Physics หรือวิชาใน Group 5 Mathematics โดยมีผลการสอบไม่น้อยกว่า 5
  4. มีใบรับรองผลการศึกษา (Transcript of Report) และ หนังสือรับรองสถานภาพว่าจะเสร็จสิ้นการเรียน การประเมินผล ภายในปีการศึกษา 2565-2566 พร้อมแนบผลการเรียนตลอดหลักสูตร จากสถาบันการศึกษาหรือผู้อำนวยการสถาบัน
  5. มีจดหมายแนะนำตัว (Recommendation) จากสถาบันการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ ออกโดยอาจารย์ประจำชั้น จำนวน 1 ฉบับ และอาจารย์ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 ฉบับ
  6. ผู้สมัครทุกคนต้องมีความสามารถในการสื่อสารและใช้ภาษาไทยในการพูด การอ่าน และการเขียน อยู่ในระดับดีเพียงพอที่จะเรียนในระดับอุดมศึกษา
  7. หากมีปัญหาคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้สมัครด้วยแฟ้มผลงาน (Portfolio)

  1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายชั้นปีสุดท้ายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่าและมีอายุไม่เกิน 35 ปี (ผู้เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นไป
  2. แฟ้มผลงานที่ยื่นจะต้องประกอบด้วย
    • BMAT (Biomedical Admission Test) ผลการทดสอบต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี (พ.ศ.2564-2565) โดยมีคะแนนรวม section 1, section 2 และ section 3 ≥ 11 C
    • มีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ IELTS (Academic Test) ≥ 6.5
    • ผลงาน (Portfolio) จำนวน 10-20 หน้ากระดาษ A4 ใช้ฟอนท์ TH Sarabun PSK ขนาด 14 ประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้
      1. ประวัติส่วนตัว
      2. ผลงานวิจัยและวิชาการรวมทั้งรางวัลและทุนที่ได้ที่มีคุณค่ามากที่สุด 3 กิจกรรม
      3. ผลงานกิจกรรมอื่นๆที่ต้องการนำเสนอ
      4. หลักฐานของผลงานที่นำเสนอ
      5. ข้อมูลติดต่อของอาจารย์/ที่ปรึกษา/ผู้รับรองผลงานวิจัยและวิชาการ ที่เป็นบุคคลอ้างอิงกิจกรรมที่นำเสนอ

คณะกรรมการประจำวิทยาลัยแพทยศาสตร์จะคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนร่วมกับการมีผลงานวิจัยและวิชาการที่มีคุณภาพดี มีความน่าประทับใจทำการประกาศรายชื่อเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์และตรวจร่างกายต่อไป

โดยเป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตให้เหมาะสมโดยยึดหลักสำคัญ 3 ข้อ คือ (1) ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย (2) ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาแพทย์เอง และ (3) เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตจะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้

  1. ปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่นได้แก่ โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  2. โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  3. โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  4. ความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  5. ความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500-2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการ ศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  6. ความผิดปกติในการเห็นภาพ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า6/12 หรือ 20/40
  7. โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคต่างๆ ให้คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์คัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นผู้พิจารณา ตัดสิน ทั้งนี้ผลการตัดสินของคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ถือเป็นที่สิ้นสุด  (ประกาศ ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565)

รอบที่ 2  กำหนดการรับสมัครคัดเลือก แพทยศาสตร์ วันที่ 1 ธันวาคม 2566- 31 มีนาคม 2567 

(รายละเอียดการรับสมัครสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์มหาวิทยาลัยรังสิต https://www2.rsu.ac.th/NewsRSU/WEB67302

  • รอบมหาวิทยาลัยรังสิตรับตรง รอบที่ 1 และ รอบที่ 2

         ขั้นตอนที่ 1              ผ่านการสอบข้อเขียนของมหาวิทยาลัยรังสิต

         ขั้นตอนที่ 2              ผ่านการตรวจสุขภาพ

         ขั้นตอนที่ 3              ผ่านการสอบวิชาเฉพาะทางการแพทย์ และแบบทดสอบทางจิตวิทยา

         ขั้นตอนที่ 4              ผ่านการสอบสัมภาษณ์  โดยคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์วิทยาลัยแพทยศาสตร์

  • รอบกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) TCAS รอบที่ 3

         ขั้นตอนที่ 1              ผ่านการคัดเลือกตามระบบของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย

         ขั้นตอนที่ 2              ผ่านการตรวจสุขภาพ

         ขั้นตอนที่ 3              ผ่านการทดสอบทางจิตวิทยา

         ขั้นตอนที่ 4              ผ่านการสอบสัมภาษณ์  โดยคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์วิทยาลัยแพทยศาสตร์