เนื้อหา

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
Link : http://www.childrenhospital.go.th/


สถาบนสขภาพเดกแหงชาตมหาราชน

        สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีเดิมเป็นแผนกเด็กในโรงพยาบาลหญิง(โรงพยาบาลราชวิถี) ซึ่งขณะนั้นมีเตียงรับผู้ป่วยเด็กเพียง ๒๕ เตียง และในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ รัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณในการก่อสร้างอาคารแผนกเด็ก และสามารถขยายงานในการดูแลผู้ป่วยเด็กหลายสาขา รับผู้ป่วยได้ ๑๓๗ เตียง และให้ชื่อว่า “โรงพยาบาลเด็ก” ในการบังคับบัญชายังขึ้นกับโรงพยาบาลหญิง ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้มาทำพิธีเปิดอาคารของโรงพยาบาลเด็กในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗
       ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ มีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ด้วยเหตุนี้ในวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ จึงได้ยกฐานะเป็นกองโรงพยาบาลเด็ก กรมการแพทย์ มีอำนาจเต็มในการบริหาร ในเวลานั้นมีแพทย์ประจำ ๑๘ คน พยาบาล ๗๐ คน
       วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับกฤษฎีกา เล่มที่ ๑๑๓ ตอนที่ ๔๕ ก.เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลเด็กเป็น “สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

ในยุคแรก
        
โรงพยาบาลเด็กซึ่งนับว่าเป็นสถาบันแรกนอกมหาวิทยาลัยแพทยศาตร์ที่ได้จัดให้มีการฝึกอบรมวิชาโรคเด็กขึ้น ซึ่งระยะแรกได้รับความช่วยเหลือร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากคณาจารย์ภาควิชากุมารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหตุผลที่ทำให้มีการอบรมแพทย์โรคเด็ก เพราะผู้ป่วยเด็กมีจำนวนมากขึ้นและมีอัตราตายสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วด่วยเฉพาะเด็กเกิดใหม่ แพทย์เฉพาะทางมีจำนวนน้อยมาก หลังโรงพยาบาลเด็กเปิดไม่นาน พญ.อรวรรณ คุณวิศาล (ซึ่งไปศึกษาโรงพยาบาลเด็ก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา) ได้กลับมาปฏิบัติงานทางแผนกเด็ก พ.ศ.๒๔๙๔ และเป็นหัวหน้าแผนกเด็กคนแรก ท่านได้นำความรู้มาช่วยปรับปรุงแผนกเด็ก และดำเนินการสอนแพทย์ประจำบ้านแผนกเด็กในเวลานั้น การฝึกอบรมทางกุมารเวชศาสตร์ จึงอาจนับได้ว่าเริ่มต้นในตอนนั้น เพราะเวลาเดียวกันนั้นแพทย์ที่จบจาก โรงเรียนแพทย์ ต้องออกไปปฏิบัติงานต่างจังหวัด ทางกรมการแพทย์ได้ส่งมาดูงาน ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ก่อน แผนกเด็กจึงเป็นที่ที่รับผู้มาดูงานเสมอ ทางแผนกเด็กเองได้มีการสอนแพทย์เหล่านี้ โดยเน้นหลักทางภาคปฏิบัติเป็นแบบ Clinical Teaching ผู้ที่มารับการฝึกอบรมและดูงาน ได้ปฏิบัติงานในแผนกเด็ก ทั้งคนไข้นอกคนไข้ในรวมทั้งเด็กเกิดใหม่ ในขณะนั้นยังไม่มีหลักสูตรแน่นอน ระยะเวลาที่มาดูงาน แล้วแต่ความต้องการ มีตั้งแต่ระยะ ๑ เดือน ถึง ๑ ปี พอครบกำหนดแล้วก็ออกไปปฏิบัติงานตามโรงพยาบาลส่วนภูมิภาค
        
พ.ศ. ๒๔๙๕ กรมการแพทย์ได้จัดให้มีแพทย์ฝึกหัดหมุนเวียน (Rotating Intern) โดยคัดเลือกแพทย์ที่ต้องออกไปปฏิบัติงานตามภูมิภาค ๕–๖ คน มารับการอบรมสาขาหลักที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ของกรมการแพทย์ ได้แก่ รพ.หญิง, รพ.เลิดสิน, รพ.กลาง บางครั้งมี รพ.วชิระ ด้วย แพทย์เหล่านี้จะหมุนเวียนไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ แห่งละประมาณ ๒ เดือน แพทย์ที่มาแผนกเด็กจะได้มีโอกาสปฏิบัติงานทางโรคเด็ก ซึ่งแบ่งแยกตามอายุต่าง ๆ ปัญหาต่าง ๆ ที่พบ และมีการอยู่เวรปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ รวมทั้งการทำ procedure ต่าง ๆ พอจบปีก็ต้องออกไปปฏิบัติงานตามต่างจังหวัด เท่าที่ได้ติดตามผล จากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ แพทย์เหล่านี้ก็ไปปฏิบัติงานทางเด็กได้ดีพอใช้ การจัดแบบนี้ทำอยู่หลายปีจึงเลิกไป
        
พ.ศ. ๒๕๐๑ Dr,Harold Brown จาก USOM (United Stated Overseas Mission) ศ.นพ.สวัสดิ์ สกุลไทย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และอาจารย์ นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว ได้มีการประชุมและเห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะมีการจัดระบบการศึกษาหลังปริญญาขึ้นที่โรงพยาบาลเด็ก โดยให้มี Program training ร่วมกับมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนกุมารแพทย์ โดยให้มีการศึกษาแบบ Residency Training Program การดำเนินการโดยมีแพทย์จากมหาวิทยาลัยหลายฝ่ายร่วมเป็นกรรมการ ทั้งจากคณะแพทย์จากศิริราชพยาบาล โครงการนี้แบ่งออกเป็น ๒ ระยะ โครงการระยะแรกเริ่มในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๐๒ โครงการระยะที่ ๒ เป็นโครงการให้การศึกษาแก่นักเรียนแพทย์ ซึ่งไม่ได้ดำเนินการ
        
ส่วนโครงการแรกได้จัดอบรมที่โรงพยาบาลเด็ก โดยมี Prof. Paul Rasmussen จากมหาวิทยาลัยยูทา (Urah) มาเป็นที่ปรึกษา โดยได้รับทุนสนับสนุนจากยูซอม โครงการนี้ได้จัดทำอยู่ ๒ ปี ยูซอมก็งดทุนแต่โรงพยาบาลเด็กได้ทำการอบรมต่อ โดยใช้หลักสูตรเช่นนี้และเพิ่มเวลาฝึกอบรมเป็น ๓ ปี โดยอาศัยหลักสูตร Residency Training ของสหรัฐอเมริกา แต่ในระหว่างนั้นมีแพทย์เดินทางไปศึกษาและทำงานที่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการขาดแพทย์ ผู้ที่เข้าฝึกอบรมในโครงการนี้จึงมีน้อย แต่อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาล ยังจัดให้มีการอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลักการที่สร้างกุมารแพทย์ที่ออกไปปฏิบัติงาน ในชุมชน เพื่อดูแลรักษาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับเด็กรวมทั้งส่งเสริมสุขภาพของเด็ก การเรียนการสอนจึงเน้นด้าน Clinical Teaching มากกว่า ทางทฤษฏี ซึ่งทางโรงพยาบาลเด็ก มีผู้ป่วย ที่ถือเป็นครูแพทย์ที่สำคัญและดีที่สุดอย่างเพียงพอ เนื่องจากโรงพยาบาลเด็กเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียว ที่รักษาและดูแลสุขภาพของเด็กโดยเฉพาะจึงมีผู้ป่วยเด็กมารับการรักษาเป็นจำนวนมาก และมีความหลากหลายของโรคต่างๆ ทั้งชนิดของโรคและความรุนแรง แพทย์ที่ขยันในการปฏิบัติงานมีความเอาใจใส่ดูแลผู้ป่วยและขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมด้วยการศึกษาด้วยตนเอง ประกอบการบรรยายของอาจารย์ และการอ่านตำราเพิ่มเติม จะได้ความรู้และมีประสบการณ์อย่างเพียงพอที่จะออกไปปฏิบัติงานหลังการฝึกอบรม ๓ ปี
        
ต่อมากลางปี พ.ศ. ๒๕๐๕ กรมการแพทย์ได้รับการจัดสรรแพทย์ฝึกหัดส่วนกลางจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เพื่อมาฝึกงานในโรงพยาบาลของกรมการแพทย์ ๑ ปี แพทย์เหล่านี้จะต้องหมุนเวียนไปตามโรงพยาบาลของกรมการแพทย์ตามที่กล่าวมา และมีเวลาที่โรงพยาบาลเด็ก ประมาณ ๒ เดือน ทางโรงพยาบาลคิดว่าเพื่อให้การอบรมได้ผลดีขึ้น จึงจัดหลักสูตรสั้น ๆ ๑ – ๒ สัปดาห์ เป็น Orientation เกี่ยวแก่โรงพยาบาลเด็ก โรคเด็กและปัญหาที่พบบ่อย เช่น Diarrhea, การให้ fluid electrolyte, ยาที่ใช้, โรคชักในเด็ก, ปอดบวม, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, โรคไข้เลือดออกโดยย่อ ๆ เป็นต้นว่าสาเหตุการพิเคราะห์โรค การรักษาจะรวมถึงการใช้ยาในเด็กและขนาดของยาด้วย การสอนเช่นนี้ได้ทำมาตลอดเวลาที่มีแพทย์ฝึกหัด
        
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้มีการริเริ่มจัดตั้งหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านระยะ ๓ ปีตามหลักสูตรแพทยสภา เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขากุมารเวชศาสตร์ ซึ่งเมื่อผ่านการฝึกอบรมแล้วจะต้องสอบเพื่อวุฒิบัตร โดยในระยะแรกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยกุมารแพทย์จากสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งโรงพยาบาลเด็ก ได้จัดทำหลักสูตรการฝึกอบรม ๓ ปี รวมทั้งจัดการสอบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จนถึงปัจจุบันนี้
        
สำหรับหลักการและเนื้อหาของการเรียนการสอนยังคงยึดหลักเน้นหลักทางด้านภาคปฏิบัติ (Clinical teaching) มากกว่าทฤษฏี ด้วยเหตุผลว่าโรงพยาบาลเด็กมีผู้ป่วยหลากหลาย ซึ่งมีคุณค่าสำหรับผู้ที่ขวนขวายหาความรู้และความสามารถศึกษาด้วยตนเอง โดยมีแพทย์ประจำ (Staff) เป็นอาจารย์ที่คอยให้คำแนะนำดูแลและควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด โรงพยาบาลเด็กจึงนับได้ว่า เป็นผู้ริเริ่มการจัดให้แพทย์ประจำบ้านทำการศึกษาโรคต่าง ๆ โดยแพทย์ประจำบ้านปีที่ ๓ จะต้องทำการศึกษาคนละ ๑ เรื่อง โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษาหรือร่วมวิจัย อาจเป็นการศึกษาระบาดวิทยา (descriptive epidemiology) หรือ การรายงานผู้ป่วย ซึ่งการวิจัยนี้ได้ทำมาก่อนแพทยสภาจะจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาและอบรมเพื่อวุฒิบัตร
        
สำหรับชั่วโมงการบรรยายทางด้านทฤษฏีนั้น ได้จัดตามหลักสูตรของแพทยสภา วิชาที่ทางโรงพยาบาลเด็กขาดผู้เชี่ยวชาญที่จะเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมาบรรยายเพิ่มเติม ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมาจากโรงเรียนแพทย์ทุกแห่ง
       
เนื่องจากโรงพยาบาลเด็กเป็นโรงพยาบาลเฉพาะเด็ก จึงมีหน่วยงานต่าง ๆ รวมอยู่ในสถาบันเดียวกันที่ภาควิชากุมารเวชศาสตร์อื่น ๆ ไม่มี เช่น ฝ่ายศัลยกรรม, ฝ่ายศัลยกรรมกระดูก, ฝ่ายจักษุ และฝ่ายโสต ศอ นาสิก, ฝ่ายรังสีวิทยา, ฝ่ายทันตกรรม, ฝ่ายพยาธิวิทยา ห้องปฏิบัติการเพาะเชื้อ แบคทีเรีย และการตรวจ น้ำเหลืองวินิจฉัยโรค ซึ่งฝ่ายต่าง ๆ เหล่านี้จำทำให้แพทย์ประจำบ้านได้เรียนรู้โรคและความเปลี่ยนแปลงของโรคสาขาเหล่านั้นได้สะดวก
     
เมือปี พ.ศ.๒๕๒๒ หลักสูตรแพทย์ประจำบ้านสาขากุมารศัลยกรรม ได้รับการรับรองตามหลักสูตรแพทยสภา เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขากุมารศัลยศาสตร์ เป็นสถาบันแรกของประเทศไทย

บันทึกปัจจุบัน
           
ปัจจุบันสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี มีจานวนเตียงผู้ป่วย ๔๓๕ เตียง สามารถรับผู้ป่วยในปีละ ๑๕,๐๐๐ ราย ผู้ป่วยนอกปีละ ๓๕๐,๐๐๐ ราย งานผ่าตัด ๕,๐๐๐ ราย โดยให้บริการส่งเสริมสุขภาพการเจริญเติบโตและพัฒนาการ การป้องกันโรคและให้การรักษาโรคโดยแพทย์เฉพาะทางโรคเด็กทุกสาขาและเป็นสถานที่ให้การรักษาในระดับตติยภูมิที่ส่งต่อมาจากทั่วประเทศ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้รับการรับรองกระบวนการคุณภาพจากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ และผ่านการรับรองซ้ำอีก ๓ ครั้ง ครั้งล่าสุดเมือ ๒๒-๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔
     ในปีพศ.๒๕๔๗ ได้มีการปฏิรูประบบราชการและมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานต่างๆ ในส่วนของกรมการแพทย์มีการกำหนดเป็นกรมวิชาการด้านการแพทย์ฝ่ายกายและการให้การสนับสนุนด้านวิชาการแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้หน่วยงานภายใต้สังกัดเป็นสถาบันชั้นสูงและพัฒนาระบบบริการให้ถึงระดับตติยภูมหรือสูงกว่า และพัฒนาระบบศูนย์การแพทย์ต่างๆ ในระดับภูมิภาคของประเทศ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีมีการจัดตั้งศูนย์

ความเป็นเลิศด้านโรคเด็กคือ

  1. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจเด็ก ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจแบบครบวงจรโดยการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเสียงสะท้อนหัวใจ การสวนหัวใจเพื่อการวินิจฉัยและรักษาในผู้ป่วยเด็กทุกอายุตั้งแต่ทารกแรกเกิด ให้การรักษาโดยการผ่าตัดหัวใจชนิดเปิดทุกประเภท มีความเป็นเลิศเฉพาะทางรักษาผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจมากที่สุดในประเทศและรับส่ง–ต่อ มากกว่า ๑,๕๐๐ ราย/ปี หรือร้อยละ ๙๐ ของผู้ป่วยทั้งหมด
  2. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านไข้เลือดออก เป็นผู้นำในการทำแนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออกและองค์การอนามัยโลก(โครงการ WHO Collaborative ด้านไข้เลือดออก) ได้นาไปเผยแพร่ทั่วโลก ประเทศที่ไปให้ความช่วยเหลือและสามารถลดอัตราป่วยตาย ของผู้ป่วยไข้เลือดออกลงได้อย่างมาก เช่น บังคลาเทศ ภูฏาน บราซิล กัมพูชา เคปเวอร์ด อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย มัลดีฟ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ซูดาน ติมอร์เลสเต เวเนซูเอลา เวียดนาม
  3. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านทารกแรกเกิด รักษาผู้ป่วยทารกแรกเกิดระดับตติยภูมิและสูงกว่าที่ส่งต่อจากโรงพยาบาลทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเฉลี่ยกว่า ๑,๒๐๐ รายต่อปีและทารกแรกเกิดที่มีความพิการกำเนิดน้ำหนักน้อยกว่า ๑,๕๐๐ กรัมมากที่สุดในประเทศสามารถช่วยเหลือให้พ้นวิกฤติและมีชีวิตรอด ๙๔ % โดยผลลัพธ์มีความพิการน้อยที่สุด
  4. ศูนย์ความเป็นเสิศด้านศัลยกรรมทารกแรกเกิด ได้มีการจัดตั้งในปี พศ ๒๕๔๓ เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งศูนย์เป็นศูนย์กลางรับ-ส่งต่อและให้บริการด้านศัลยกรรมแก่ทารกแรกเกิดแห่งแรกของประเทศโดยผ่าตัดปีละ ๔๐๐-๕๐๐ ราย

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
        
มีวิสัยทัศน์ก้าวสู่การให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กในระดับมาตรฐานสากล และให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศของความเป็นมิตร (Clinical Excellence and Children Friendly Hospital) มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาการทางการแพทย์ด้านโรคเด็ก โดยการศึกษา วิจัย ถ่ายทอดความรู้พัฒนาบุคลากรเฉพาะทางและบำบัดรักษาผู้ป่วยด้านโรคเด็กเพื่อให้มีการบริการทางการแพทย์ด้านโรคเด็กที่มีมาตรฐาน โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • ศึกษา วิเคราะห์วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ด้านโรคเด็ก
  • ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านโรคเด็กแก่สถานบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชน
  • จัดให้มีบริการเพื่อรองรับการส่งต่อผู้ป่วยเฉพาะทางด้านโรคเด็ก
  • ให้การเพิ่มพูนความรู้และทักษะการปฏิบัติงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทางการ แพทย์ด้านโรคเด็กแก่แพทย์และบุคลากรทางด้านสุขภาพในสถานบริการทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ
  • ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

งานด้านการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ด้านโรคเด็ก
        
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์และวิจัยทางวิชาการเฉพาะทางด้านโรคเด็ก ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักอันสำคัญ ของสถาบันในการสร้างองค์ความรู้ และวิทยาการด้านโรคเด็กใหม่ๆ ทั้งนี้เพื่อที่จะสามารถทำการดูแลและรักษาผู้ป่วยเด็กในระดับตติยภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี สามารถผลิตผลงานทางวิชาการลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทั้งของในประเทศและต่างประเทศ รวมกว่า80เรื่องต่อปี สร้างงานวิทยานิพนธ์ของแพทย์ประจำบ้านกว่า 464 เรื่อง นอกจากนี้ยังผลิตบทความทางวิชาการเกี่ยวกับเด็ก และโรคของเด็กรวมทั้งผลิตตำราวิชาการ เพื่อนักศึกษาแพทย์ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุขอีกมากมาย สำนักวิจัยและพัฒนาเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านต่าง ๆโดยแบ่งเป็น

  • งานประเมินเทคโนโลยี (Technology Assessment)
  • งานพัฒนามาตรฐาน แนวทางการรักษา (Clinical Practice Guideline)
  • งานวิจัยทางการแพทย์อื่นๆ เกี่ยวกับโรคเด็ก

งานถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านโรคเด็ก
        
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ให้การศึกษา และฝึกอบรมแก่แพทย์ เพื่อให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาที่รับผิดชอบ ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้ผลิตกุมารแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ทั่วประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 531 คน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ดูงานของบุคลากรทางการแพทย์จากสถานพยาบาล ทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
         
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ยังทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนและประสานงาน ทางด้านวิชาการให้แก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน โดยสนับสนุนวิทยากร เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเด็กและโรคที่เกิดขึ้นกับเด็ก รวมทั้งจัดทีมงานร่วมออกตรวจราชการพร้อมหน่วยงานอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขในฐานะนักวิชาการตลอดจนการจัดทำสื่อคู่มือเผยแพร่ทางด้านโรคเด็กต่างๆ ผ่านหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์

สานฝันสู่อนาคต....
        
ปีพ.ศ. ๒๕๕๓ โรงพยาบาลได้รับอนุมัติงบประมาณไทยเข้มแข็งในการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก ๒๗ ชั้น เพื่อขยายงานการดูแลผู้ป่วยเฉพาะทางโรคเด็ก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถได้พระราชทานชื่อว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษามหาราชินี (ศุนย์การแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก)” ในวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยอาคารนี้จะเป็นศูนย์ความเป็นเลิศและศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทางโรคเด็กจำนวน ๖ ศูนย์คือ ศูนย์ความเป็นเลิศโรคไข้เลือดออก ศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษจักษุวิทยา ศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษ กุมาร โสต ศอ นาสิก ศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษโรคอุบัติใหม่ ศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษโรคมะเร็งเด็ก ศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษเด็กพิการ และมีคลินิกเฉพาะทางโรคเด็ก ๑๐ คลินิกได้แก่ โรคต่อมไร้ท่อ ทารกแรกเกิดกลุ่มเสียง โรคไต โภชนาการ โรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้และโรคข้อ จิตเวชเด็กและวัยรุ่น พัฒนาการช้า โรคพันธุกรรม นอกจากนั้นยังมีศูนย์วิจัย และแลกเปลี่ยนกับสถาบันนานาชาติ ห้องประชุม และสำนักงาน

โครงการเด่นและสืบสานสู่อนาคตของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

  • โครงการร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศร่วมกับKure Medical Center ประเทศญี่ปุ่น
  • โครงการความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกาในการทำศัลยกรรมตกแต่งให้เด็กปากแหว่งเพดานโหว่
  • โครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กประเทศเยอรมันนี(โครงการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวด้วยการผ่าตัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ)
  • โครงการความร่วมมือทางวิชาการกับ National Hospital of Pediatrics (HNP)ประเทศเวียตนาม
  • โครงการปฏิบัติการระดับชาติเพื่อวางแผนป้องกันและดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิดในประเทศไทย (Thailand National Plan for Prevention & Care of Birth Defects)
  • โครงการ Building Healthy Kids (ดูแลสิ่งแวดล้อมให้ปลอดสารพิษ สร้างคุณภาพชีวิตและอนาคตเด็กไทย)
  • โครงการจิตอาสาเพื่อเด็กป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้าย:สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต ๑๓
  • โครงการโรงพยาบาลที่เป็นมิตรกับเด็ก

ความภาคภูมิใจในบุคลากร คือรางวัลที่ได้รับและจารึกไว้

  1. รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดยระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมามีแพทย์สตรีคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัลคือ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุจิตรา นิมมานนิตย์ ในสาขาการแพทย์ ประจำปี พ.ศ.2539
  2. รางวัล Charles C. Shepard Science Award ด้านผลงานทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี ค.ศ.2000 จากศูนย์ควบคุมป้องกันโรคแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา รองศาสตรจารย์(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์
  3. รางวัลประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการคุณภาพโรงพยาบาล Re-Accreditation ครั้งที่3 จากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
  4. รางวัลประกาศเกียรติคุณที่มีความมุ่งมั่นและความพยายามพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง จากกรมการแพทย์
  5. รางวัลที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องสามารถบรรลุองค์ประกอบศูนย์ความเป็นเลิศทุกด้านของกรมการแพทย์ในระดับดีเลิศ

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กมานานมากกว่า ๕๘ ปี มีบุคคลากรทั้งหมด๑,๖๐๐ คน พร้อมที่จะผลักดันพัฒนางานอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อนำพาคุณภาพชีวิตของเด็กไทยให้เป็นอนาคตของประเทศไทยที่เข้มแข็งต่อไป


 

 

ที่อยู่
420/8 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
CALL CENTER : 1415

 

โรงพยาบาลราชวิถี

โรงพยาบาลราชวิถี
Link : http://www.rajavithi.go.th/


 รพ ราชวถ

     ปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถี มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทันสมัย และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ในการให้บริการผู้ป่วย ทั้งด้าน การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทุกสาขาโรค เช่น

  • เครื่องทดสอบสมรรถภาพหัวใจ โดยการออกกำลังกาย
  • เครื่องตรวจเส้นเลือดหัวใจโดยวิธีฉีดสี
  • การตรวจและรักษาโดยใช้กล้องส่อง
  • เครื่องตรวจสรีระการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
  • เครื่องตรวจการได้ยินด้วยระบบคอมพิวเตอร์
  • คลินิคฝึกพูดสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านการพูด
  • เครื่องวินิจฉัยโรคโดยใช้สารเภสัชรังสีแกรมม่าคาเมรา
  • เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
  • เครื่องวินิจฉัยโรคด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า MRI
  • เครื่องจุลศัลยกรรม
  • เครื่องสลายนิ่ว
  • การผ่าตัดด้วยเครื่องเลเซอร์
  • ให้บริการตรวจทางโลหิตวิทยา Polymerase Chain Reaction (PCR)
  • การตรวจแยกเชื้อสำหรับโรคติดต่อด้วยวิธี MIC
  • ให้บริการตรวจทางน้ำเหลือง เช่น ไวรัส ตับอักเสบ เอดส์ด้วยวิธี ELISA
  • เครื่องอัตโนมัติตรวจหาสารเคมีในเลือด
  • การวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
  • การทำ GIFT
  • เครื่องผ่าตัดสลายต้อกระจก
  • เครื่องผ่าตัดน้ำวุ้นตา
  • เครื่องเร่งอนุภาพชนิดให้พลังงานโฟตอน และอิเลคตรอนในการรักษาโรคมะเร็ง
  • เครื่องคอมพิวเตอร์เครือข่าย ระบบ LAN อำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยในการทำบัตรค้นหาเวชระเบียน ผลการตรวจวินิจฉัยโรคและการจ่ายยา

ให้บริการเชิงรุกในการรักษาพยาบาล

  • เรามีระบบเวชศาสตร์ฉุกเฉิน Emergency Medical Service (EMS) ซึ่งมีความสามารถ ให้การรักษาพยาบาล แก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้บาดเจ็บ ที่มีความพร้อมสูง อันประกอบด้วย ระบบการรักษาพยาบาลก่อนถึงโรงพยาบาล และระบบห้องฉุกเฉิน การให้การรักษาพยาบาลก่อนถึงโรงพยาบาล (Pre-Hospital Care) ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์บัญชาการกู้ชีพนเรนทร ซึ่งเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาลและหน่วยกู้ชีพ ออกไปให้บริการ ณ.จุดเกิดเหตุ เพื่อให้ผู้ประสบเหตุ ได้รับการรักษาพยาบาล อย่างถูกวิธี และทันเวลา พร้อมทั้งมี ระบบนำส่งสถานพยาบาล อย่างรวดเร็วเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
  • การให้บริการด่านแรก (Front Liner) โดยจัดให้มีพนักงานทำหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก แนะนำ ช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยและญาติ
  • จัดให้มีการอำนวยความสะดวก แก่ผู้ป่วยบางประเภทโดยเฉพาะ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ประกันตน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ตรวจแรงงานไปต่างประเทศ

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อภายในโรงพยาบาล

ติดต่อสอบถาม :  0-2-354-8108 ถึง 37 ต่อ 3037

ติดต่อสอบถาม (จองห้องพิเศษ) :  0-2-354-8108 ถึง 37 ต่อ 2115, 2118  หรือ 0-2-354-8107

ห้องฉุกเฉิน :  0-2-354-8108 ถึง 37 ต่อ 6111, 6115, 6138

ขอบัตรตรวจโรคทางโทรศัพท์ :  0-2-354-8108 ถึง 37 ต่อ 2236, 2243

 

โรงพยาบาลกบินทร์บุรี

โรงพยาบาลกบินทร์บุรี
Link :


  รพ กบนทรบร

 


ที่อยู่
74 หมู่ 5 ฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี ปราจีนบุรี 25110
โทรศัพท์ : 037-288069, 037-288195-7

โรงพยาบาลเลิดสิน

โรงพบาบาลเลิดสิน
Link : www.lerdsin.go.th


รพ เลดสน

      โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เพื่อดำเนินการตามประกาศกรมการแพทย์ จึงขอประกาศนโยบายการพัฒนาบุคลากรด้านคุณธรรมและจริยธรรม ดังนี้
     1. พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานโดยยึดหลักการทำงาน ตามมาตรฐานทางคุณธรรมของโรงพยาบาลเลิดสิน
     2. ส่งเสริมให้บุคลากรดำนินวิธีชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การประหยัด การอ่อนน้อมถ่อมตน และการมีระเบียบวินัยในการอยู่รวมกันในสังคม
     3. ส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนเข้ารับการอบรมและร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้านคุณธรรมและจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง
     4. ส่งเสริมและยกย่อยเชิดชูบุคลากรผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และ เผยแพร่ในที่สาธารณชน
     5.ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรสร้างผลงานทางวิชาการ วิจัย นวตกรรมอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงาน
     6. สร้างบรรยากาศในที่ทำงานที่เอื้อต่อการทำงงานบนพื้นฐานคุณธรรมและจริยธรรม ได้แก่ การเกื้อกูลและแบ่งปันซึ่งกันและกัน การประกอบศาสนกิจของแต่ละศาสนา


ที่อยู่
โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 190 ถนนสีลม แขวงศรีเวียง เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ : 0-2-353-9800 (ระบบอัตโนมัติ) , 0-2-353-9801 (ผ่านพนักงานศูนย์โทรศัพท์) 
โทรสาร : 0-2-353-9621
อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
Link : http://www.skh.moph.go.th/


รพ สระแกว

          สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชดำเนินเสด็จวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2520 ซึ่งในวันดังกล่าวได้มีประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี ได้ร่วมกันทูลเกล้าถวายเงิน สมทบทุน มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเป็นเงิน จำนวน 447,829.75 บาท และได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการเป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2521 รวมทั้งได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารผู้ป่วยใน 30 เตียง (หลังที่ 2) ซึ่งประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคเพื่อก่อสร้างอาคารดังกล่าว เป็นเงินจำนวน 1,321,836.25 บาท


ที่อยู่
283 ถนนสุวรรณศร ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว 27000
โทรศัพท์ : 0-3-724-3018 ถึง 20
โทรสาร  : 0-3-724-2531
ฐานะ โรงพยาบาลทั่วไป ขนาด3

หมวดหมู่รอง